วัดจอมสวรรค์
ตั้งอยู่บนถนนยันตรกิจโกศล ตำบลทุ่งกวาว ห่างจากศาลากลางจังหวัด 1 กิโลเมตร เป็นวัดไทยใหญ่ สร้างแบบสถาปัตยกรรมพม่า
.province-hub-main{max-width:1140px;margin:36px auto 80px;padding:0 20px} .province-hub-main h1{line-height:1.4;color:#0e382f} .province-hub-note{padding:16px 20px;border-left:4px solid #b7791f;background:#fff8e8;color:#5c4b2a;line-height:1.75} .province-place-grid{display:grid;grid-template-columns:repeat(auto-fill,minmax(300px,1fr));gap:16px;margin:24px 0} .province-place-card{border:1px solid #dce5e1;border-radius:14px;padding:18px;background:#fff} .province-place-card h2,.province-place-card h3{font-size:1.08rem;line-height:1.55;margin:0 0 10px} .province-place-card h3 a{color:#0e382f} .province-place-card p{line-height:1.75;color:#52635d} .province-place-card .province-place-meta{font-size:.84rem;color:#64736d;margin-bottom:0} .province-hub-breadcrumb{margin-bottom:20px;color:#52635d} @media(max-width:600px){.province-place-grid{grid-template-columns:1fr}}
หน้านี้รวบรวม 25 ระเบียนสถานที่ที่มีชื่อจังหวัดตรงกับแพร่ ในชุดข้อมูลที่เว็บไซต์บันทึกไว้
แหล่งข้อมูลต้นทาง: TAT Data API · ค้นหาหรือเลือกจังหวัดอื่น
ตั้งอยู่บนถนนยันตรกิจโกศล ตำบลทุ่งกวาว ห่างจากศาลากลางจังหวัด 1 กิโลเมตร เป็นวัดไทยใหญ่ สร้างแบบสถาปัตยกรรมพม่า
สิ่งที่น่าชมภายในวัด คือ ศาลาพิพิธภัณฑ์สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง รูปทรงล้านนา ภายในจัดแสดงโบราณวัตถุมีค่าของหัวเมืองฝ่ายเหนือไว้มากมาย เช่นพระพุทธรูปต่าง ๆ เครื่องเขิน เครื่องดนตรีล้านนา อาวุธโบราณ รูปภาพเจ้านายฝ่ายเหนือ และภาพเหตุการณ์ในอดีตต่าง ๆ
คุ้มแห่งนี้เป็นอาคารที่หรูหราสง่างามและโอ่โถง คือ มีประตู หน้าต่างทั้งหมด 72 บาน งดงามด้วยลวดลายฉลุไม้อยู่ด้านบนปั้นลม และชายคาน้ำรอบตัวอาคารประดับด้วยลวดลายไม้แกะฉลุ ตัวอาคารสร้างด้วยอิฐถือปูนทั้ง 2 ชั้น ไม่มีการฝังเสาเข็มแต่ใช้ไม้ซุงท่อนเป็นไม้เนื้อแข็ง
ภายในวัดประดิษฐานพระพุทธโกศัยศิริชัยมหาศากยมุนี พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดแพร่
เป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแพร่มาแต่โบราณ และเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีขาล
มีพระอุโบสถแบบเชียงแสน คือไม่มีหน้าต่างแต่ทำเป็นช่องรับแสงแทน ส่วนหน้าบันแกะสลักอย่างงดงามเป็นลายก้านขด มีภาพรามเกียรติ์ประกอบ
ปูชนียสถานสำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดแพร่ที่อยู่คู่กับพระธาตุช่อแฮและพระธาตุจอมแจ้งมายาวนาน
ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชันสลับซับซ้อนปกคลุมด้วยป่าดงดิบ ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง ตามยอดเขาสูงมีป่าสนและทุ่งหญ้า เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำและลำห้วยหลายสาย มีสัตว์ป่าประเภทสัตว์สี่เท้าและนกชนิดต่าง ๆ
หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า วัดห้วยอ้อ เป็นพระธาตุเก่าแก่ขนาดใหญ่ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า มีฐานเป็นปูน ส่วนบนประดับด้วยแผ่นโลหะสีทอง
ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขา และหน้าผาสูงเป็นแหล่งกำเนิดของลำธาร ลำห้วยไหลลงสู่แม่น้ำยม สภาพโดยทั่วไปเป็นป่าเบญจพรรณมีพันธุ์ไม้ที่สวยงาม เช่น จันทน์ผา กล้วยผา กล้วยไม้ดิน และสมุนไพร สัตว์ป่าที่พบ เช่น เลียงผา หมี เก้ง ไก่ป่า หมูป่า ชะมด และนกชนิดต่าง ๆ
ภายในถ้ำมีหินงอก หินย้อยลักษณะต่าง ๆ ทั้งที่เป็นเกล็ดหินประกายระยิบระยับ หรือเป็นชะง่อนหินยาวถึงพื้นถ้ำ สุดทางของถ้ำมีก้อนหินรูปร่างคล้ายหญิงสาวนั่งอุ้มลูกน้อยรอคอยคนรัก ชาวบ้านเรียกหินก้อนนี้ว่า หินนางคอย
ชื่อ “แพะเมืองผี” มาจากภาษาพื้นเมือง คำว่า “แพะ” แปลว่า “ป่าละเมาะ” ส่วนคำว่า “เมืองผี” แปลว่า “เงียบเหงาวังเวง” เป็นเสาดินรูปร่างแปลกตา ซึ่งเกิดจากกระบวนการกัดเซาะของน้ำตามธรรมชาติ
สร้างเมื่อ พ.ศ. 1331 องค์พระธาตุจอมแจ้งสีทอง สูง 29 เมตร ฐานกว้าง 10 เมตร เดิมเรียกว่า พระธาตุจวนแจ้ง เนื่องจากสมัยที่พระพุทธองค์เสด็จถึงสถานที่นี้จวนสว่างพอดี ต่อมาเพี้ยนเป็นจอมแจ้ง เชื่อกันว่าสถานที่แห่งนี้เป็นที่บรรจุพระเกศาของพระพุทธเจ้า
อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดแพร่ ประมาณ 4 กิโลเมตร ริมทางหลวงแผ่นดินสาย 101 พระยาไชยบูรณ์เป็นข้าหลวงเมืองแพร่ รับราชการระหว่าง พ.ศ. 2440-2445 ในปี พ.ศ. 2445 พวกเงี้ยวในเมืองแพร่ก่อการกบฏ ท่านถูกพวกเงี้ยวฆ่าตาย เนื่องจากไม่ยอมลงนามยกเมืองแพร่ให้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ส่งกองทหารมาปราบพวกเงี้ยว แล้วสร้างอนุสาวรีย์ให้กับพระยาไชยบูรณ์เป็นอนุสรณ์ และเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระยาราชฤทธานนท์พหลพลภักดี
ตั้งอยู่บนถนนคุ้มเดิมย่านกลางเมือง เป็นหลักใหม่สร้างตามนโยบายมหาดไทย ปี 2535 ตั้งอยู่คู่กับหลักศิลาจารึกเก่าที่กล่าวถึงการสร้างวัดศรีบุญเริง สมัยรามคำแหงมหาราช ซึ่งในปัจจุบันวัดนี้ไม่มีแล้วกลายเป็นที่ตั้งเรือนจำจังหวัด อักษรบนจารึกเป็นภาษาไทยอาหม
พระธาตุพระลอ อยู่ที่ตำบลบ้านกลาง ห่างจากอำเภอสองประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นพระธาตุเก่าแก่อายุกว่า 400 ปี สร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์เพื่อระลึกถึงความรักอมตะของพระลอแห่งนครแมนสรวง
ตั้งอยู่บนถนนน้ำคือ ริมคูเมือง สร้างขึ้นสมัยเดียวกับวัดจอมสวรรค์ เดิมชื่อ วัดจองกลาง เป็นวัดศิลปะแบบพม่าที่สวยงามแปลกตา ทั้งศาลาการเปรียญ โบสถ์ และเจดีย์ มีพระพุทธรูปหินอ่อนทรงเครื่องแบบพม่า สร้างอย่างสวยงามวิจิตรพิสดารมาก วัดแห่งนี้ยังเป็นที่จำพรรษาของพระสงฆ์พม่าที่เดินทางเข้ามาศึกษาพระธรรมวินัยในประเทศไทย
ตั้งอยู่ในตำบลบ้านเวียง ห่างจากอำเภอร้องกวาง 20 กิโลเมตร มีงานนมัสการพระธาตุ หรืองานขึ้นพระธาตุตรงกับวันขึ้น 11-15 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี
วิสาหกิจชุมชนบ้านทุ่งเจริญหม้อห้อมย้อมสีธรรมชาติ ตั้งอยู่บ้านทุ่งโฮ้ง ถนนยันตรกิจโกศล ตำบลทุ่งโฮ้ง เป็นแหล่งผลิตเสื้อหม้อห้อม หรือม่อฮ่อมที่มีชื่อเสียงของประเทศ เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นของบรรพบุรุษที่อพยพมาจากเมืองพวน แขวงเมืองเชียงราย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พ.ศ. 2360-2380 ได้รับคัดเลือกให้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว โอทอปเชิงหัตถกรรม คำว่า “ม่อฮ่อม” เป็นคำพื้นเมือง มาจากคำว่า หม้อที่บรรจุน้ำห้อม ซึ่งเป็นน้ำสีกรมท่าที่ได้จากการนำต้นและใบห้อม พืชล้มลุกชนิดหนึ่งมาผ่านกรรมวิธีหมัก นอกจากนี้ ทางหมู่บ้านยังมีโฮมสเตย์ไว้รองรับนักท่องเที่ยว
อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศใต้ประมาณ 7 กิโลเมตร ถนนสายแพร่-สูงเม่น เส้นทางหลวงหมายเลข 101 เป็นแหล่งรวมผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไม้ และหวาย เช่น เฟอร์นิเจอร์ และของใช้ในครัวเรือนต่าง ๆ
อยู่ห่างจากตัวจังหวัดไปทางเหนือ 60 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 101 ถนนสายแพร่-ร้องกวาง ถึงกิโลเมตรที่ 78 เลี้ยวซ้ายอีก 4 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่มีความสูง 2 ชั้น สภาพโดยรอบเป็นป่าโปร่งร่มรื่น
เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัด สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองแพร่ วัดนี้ได้รับการบูรณะซ่อมแซมหลายยุคหลายสมัย
ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านกลาง ในเส้นทางไปพระธาตุพระลอสันนิษฐานว่าบริเวณนี้เคยเป็นเมืองสรองมาก่อนเพราะยังปรากฏเนินดินเป็นแนวกำแพงให้เห็น มีแม่น้ำกาหลงไหลผ่าน ปัจจุบันแม่น้ำนี้ได้ตื้นเขินไปแล้วจนเกือบไม่เหลือสภาพเดิม
ตั้งอยู่ที่ตำบลป่าแมต สร้างสำเร็จเมื่อปี พ.ศ. 2519 เป็นบ้านไม้สักทั้งหลัง โดยใช้ไม้สักท่อนขนาดใหญ่ ตั้งเป็นเสาบ้านรวม 130 ต้น แต่ละเสามีอายุประมาณ 300 ปี แกะสลักอย่างประณีตวิจิตรบรรจง ตัวบ้านเป็นแบบทรงไทยประยุกต์ มีเนื้อที่ถึง 1 ไร่เศษ
เป็นสถานที่จำลองชีวิตความเป็นอยู่ในรูปแบบอาคารบ้านเรือน และของใช้ในครัวเรือนของชาวเมือง เมื่อราว 100 กว่าปีมาแล้ว