สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด
The must-see highlight of the aquarium is its underwater glasstunnel, which allows guests to view the marine environment from beneath.
.province-hub-main{max-width:1140px;margin:36px auto 80px;padding:0 20px} .province-hub-main h1{line-height:1.4;color:#0e382f} .province-hub-note{padding:16px 20px;border-left:4px solid #b7791f;background:#fff8e8;color:#5c4b2a;line-height:1.75} .province-place-grid{display:grid;grid-template-columns:repeat(auto-fill,minmax(300px,1fr));gap:16px;margin:24px 0} .province-place-card{border:1px solid #dce5e1;border-radius:14px;padding:18px;background:#fff} .province-place-card h2,.province-place-card h3{font-size:1.08rem;line-height:1.55;margin:0 0 10px} .province-place-card h3 a{color:#0e382f} .province-place-card p{line-height:1.75;color:#52635d} .province-place-card .province-place-meta{font-size:.84rem;color:#64736d;margin-bottom:0} .province-hub-breadcrumb{margin-bottom:20px;color:#52635d} @media(max-width:600px){.province-place-grid{grid-template-columns:1fr}}
หน้านี้รวบรวม 16 ระเบียนสถานที่ที่มีชื่อจังหวัดตรงกับร้อยเอ็ด ในชุดข้อมูลที่เว็บไซต์บันทึกไว้
แหล่งข้อมูลต้นทาง: TAT Data API · ค้นหาหรือเลือกจังหวัดอื่น
The must-see highlight of the aquarium is its underwater glasstunnel, which allows guests to view the marine environment from beneath.
บาติกแดนอีสาน ก่อตั้งโดย อาจารย์ต่อศักดิ์ สุทธิสา พัฒนารูปแบบลวดลายและผลิตภัณฑ์ให้น่าสนใจ ถูกใจทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศจนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง
สร้างโดยหลวงปู่ศรี มหาวีโร มีเจดีย์ขนาดใหญ่ทำจากหินทรายธรรมชาติเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ยอดเจดีย์ทองคำแท้หนัก 101 ขึ้นประดิษฐาน ภายในพระเจดีย์เป็นที่ประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุอยู่จุดศูนย์กลางของเจดีย์
ตั้งอยู่ตำบลในเมือง ภายในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ร้อยเอ็ด เป็นหอชมเมืองรูปทรงโหวด ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสานประเภทเครื่องเป่า เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2560 และแล้วเสร็จ ในวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2565 หอโหวดมีความสูง 101 เมตร ฐานล่างกว้าง 30 เมตร ยอดโหวดกว้าง 20 เมตร แบ่งออกเป็น 35 ชั้น
พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่จัดตั้งขึ้นตามโครงการการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำเมืองเป็นสถานที่จัดแสดงและรวบรวมเรื่องราวน่ารู้ทุกด้านของจังหวัดแห่งนี้
ตั้งอยู่ที่บ้านยางกู่ ตำบลมะอี การเดินทางจากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 23 (ร้อยเอ็ด-ยโสธร) ประมาณ 10 กิโลเมตร ถึงที่ว่าการอำเภอธวัชบุรี
เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ อยู่บริเวณทิศตะวันออกของบึงโพนทอง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำกว้างใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอโพนทองไปทางทิศตะวันออก (ถนนสายอำเภอโพนทอง-อำเภอหนองพอก) ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร
เป็นทุ่งกว้างใหญ่ของภาคอีสาน มีอาณาเขตครอบคลุมถึง 5 จังหวัด คือ ในแนวทิศเหนือนั้นครอบคลุมอำเภอปทุมรัตต์ อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอสุวรรณภูมิ และอำเภอโพนทราย ของจังหวัดร้อยเอ็ด
ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอหนองพอก ครอบคุมดูแลพื้นที่ประมาณ 151,242 ไร่ หรือประมาณ 242 ตารางกิโลเมตร โดยสภาพพื้นที่จะเป็นเทือกเขาหินทรายสูงชันและสลับซับซ้อน
เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระสังกัจจายน์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่ชาวร้อยเอ็ดเคารพสักการะ พระยาขัตติยะวงษา (ท้าวธน) ซึ่งเป็นเจ้าเมืองร้อยเอ็ดคนแรก ได้พบพระองค์นี้เห็นว่ามีความเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์มาก จึงได้นำมาประดิษฐานที่วัดสระทอง
เป็นหมู่บ้านทอผ้าไหม มีการจัดตั้ง "กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต" เป็นศูนย์รวมและจำหน่ายผลิตภัณฑ์
เป็นเนื้อที่สำหรับปลูกต้นไม้แบ่งตามวรรณคดี เช่น เรื่องพระเวสสันดร ลิลิตพระลอ ลิลิตตะเบงพ่าย ลานพุทธประวัติ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีสมุนไพรแยกตามสรรพคุณ บริเวณสวนมีสภาพภูมิประเทศสวยงาม
ภายใรมีรูปปั้นพระเวสสันดร ทั้งหมด 13 กัณฑ์ตั้งไว้เป็นระยะรอบบึง แต่ละจุดมีคำบรรยายประกอบ
ตั้งอยู่ที่บ้านโคกกลาง ตำบลผาน้ำย้อย เป็นผาหินขนาดใหญ่ ซึ่งมีน้ำไหลและซึมตลอดปีอยู่บนภูเขาเขียว แบ่งพรมแดนระหว่างอำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร และอำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ มีเนื้อที่ประมาณ 20,000ไร่
พระขัติยะวงษา (ทน) เป็นบุตรท้าวจารย์แก้ว ได้รับการสถาปนาเป็นเจ้าเมืองร้อยเอ็ดคนแรก เมื่อ พ.ศ. 2318 ในรัชสมัยพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นผู้นำในการสร้างบ้านแปงเมือง โดยอพยพผู้คนจากเมืองท่งมาตั้งรกรากที่เมืองกุ่มร้าง หรือเมืองร้อยเอ็ด ถือได้ว่าท่านเป็นผู้มีความสามารถในการปกครอง
ห่างจากตัวอำเภอเสลภูมิไปทางทิศตะวันออกประมาณ 10 กิโลเมตร เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ 7,500 ไร่