กก การงง การเงิน

[Highlight] Easy E-receipt 2568: สรุป 5 ข้อควรรู้ ลดหย่อนภาษี

💡 สรุปประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)

โครงการ Easy E-receipt 2568 เป็นอีกหนึ่งมาตรการที่น่าสนใจสำหรับผู้เสียภาษี ที่เปิดโอกาสให้เราสามารถนำค่าใช้จ่ายบางประเภทมาลดหย่อนภาษีได้ แต่เพื่อให้การใช้สิทธิ์เป็นไปอย่างราบรื่นและได้รับ…

[Highlight] สรุป 5 ข้อต้องรู้ ก่อนใช้สิทธิ์ Easy E-receipt 2568 | ลดหน่อยภาษี LIVE

โครงการ Easy E-receipt 2568 เป็นอีกหนึ่งมาตรการที่น่าสนใจสำหรับผู้เสียภาษี ที่เปิดโอกาสให้เราสามารถนำค่าใช้จ่ายบางประเภทมาลดหย่อนภาษีได้ แต่เพื่อให้การใช้สิทธิ์เป็นไปอย่างราบรื่นและได้รับประโยชน์สูงสุด เรามาทำความเข้าใจ 5 ข้อสำคัญที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจใช้สิทธิ์กัน

ระยะเวลา

สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือเรื่องของระยะเวลา เพราะเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ส่งผลต่อการใช้สิทธิ์ Easy E-receipt 2568

ระยะเวลาการใช้สิทธิ์

โครงการนี้มีระยะเวลาในการใช้สิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2568 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568 เท่านั้น หมายความว่าค่าใช้จ่ายที่เรานำมาใช้ลดหย่อนภาษีจะต้องเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้

วันที่ในเอกสาร

วันที่ในเอกสารที่ใช้ในการลดหย่อนภาษี ไม่ว่าจะเป็นใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) หรือใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) จะต้องอยู่ในช่วงระยะเวลาที่กำหนด คือระหว่างวันที่ 16 มกราคม 2568 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568

สิทธิ์ลดหย่อน

การใช้สิทธิ์ Easy E-receipt 2568 จะเป็นการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีสำหรับปีภาษี 2568 ซึ่งจะนำไปใช้ในการยื่นภาษีในช่วงต้นปี 2569

จำนวนเงินลดหย่อน

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ จำนวนเงินที่เราสามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้

วงเงินลดหย่อน

วงเงินลดหย่อนสูงสุดสำหรับโครงการ Easy E-receipt 2568 คือ 50,000 บาท

แบ่งเป็น 2 กลุ่ม

วงเงินลดหย่อน 50,000 บาทนี้ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่:

สำหรับกลุ่ม OTOP, วิสาหกิจชุมชน และวิสาหกิจเพื่อสังคม จะต้องเป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนและสามารถออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) ได้

เอกสารที่ใช้ได้

การใช้สิทธิ์ Easy E-receipt 2568 กำหนดให้ใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น

ใบกำกับภาษี (e-Tax Invoice) และ ใบเสร็จรับเงิน (e-Receipt)

เอกสารที่สามารถนำมาใช้ในการลดหย่อนภาษีได้ คือ ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) และ ใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) เท่านั้น เอกสารในรูปแบบกระดาษไม่สามารถนำมาใช้ได้

ตรวจสอบผู้ขาย

ก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ขายสามารถออกเอกสาร e-Tax ได้หรือไม่ เนื่องจากเป็นเงื่อนไขสำคัญในการใช้สิทธิ์

ข้อมูลที่ต้องมีในเอกสาร

เอกสาร e-Tax ที่ถูกต้องจะต้องมีข้อมูลสำคัญดังต่อไปนี้:

สินค้าและบริการที่ไม่สามารถใช้ได้

มีสินค้าและบริการบางประเภทที่ไม่สามารถนำมาใช้ในการลดหย่อนภาษีภายใต้โครงการ Easy E-receipt 2568 ได้

สินค้าที่ไม่ร่วมรายการ

สินค้าที่ไม่สามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ ได้แก่:

บริการที่ไม่ร่วมรายการ

บริการที่ไม่สามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ ได้แก่:

การตรวจสอบผู้ให้บริการ

เพื่อให้การใช้สิทธิ์เป็นไปอย่างถูกต้องและมั่นใจ ควรตรวจสอบผู้ให้บริการก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการ

ตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการ e-Tax กับสรรพากร

ตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการที่สามารถออกเอกสาร e-Tax ได้กับกรมสรรพากร เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ให้บริการรายนั้นมีสิทธิ์ในการออกเอกสารที่ถูกต้อง

ตรวจสอบว่าผู้ให้บริการมีสิทธิ์ออกใบกำกับภาษี/ใบรับ

ตรวจสอบว่าผู้ให้บริการมีสิทธิ์ในการออกใบกำกับภาษี (e-Tax Invoice) หรือใบเสร็จรับเงิน (e-Receipt) ที่ถูกต้อง

การทำความเข้าใจใน 5 ข้อสำคัญเหล่านี้ จะช่วยให้คุณสามารถใช้สิทธิ์ Easy E-receipt 2568 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้รับประโยชน์สูงสุดในการลดหย่อนภาษีประจำปี


💬 ปรึกษาการเงินฟรีกับผู้เชี่ยวชาญ คลิกเพื่อแอดไลน์


👉 แอดไลน์เพื่อปรึกษาฟรี


หรือสแกน QR เพื่อแอด

QR Code Line

📋 วางแผนการเงิน & จัดการภาษีแบบครบวงจร

เห็นภาพรวมรายรับ รายจ่าย งบดุล และแผนภาษี เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ลดหย่อนโดยเปล่าประโยชน์

เริ่มวางแผนการเงินเต็มรูปแบบ →
กก

กองบรรณาธิการ การงง การเงิน

สร้างสรรค์เนื้อหาการเงินส่วนบุคคล การลงทุน และการจัดการหนี้สินให้อ่านเข้าใจง่าย ทำตามได้จริง มุ่งเน้นมาตรฐานความถูกต้องและโปร่งใสตามหลักเกณฑ์วิชาชีพทางการเงิน