การประเมินว่าเกษียณก่อนกำหนดได้หรือไม่ เริ่มจากช่องว่างระหว่างค่าใช้จ่ายที่ต้องดูแลกับรายได้และทรัพยากรที่มีในแต่ละช่วงชีวิต ไม่มีตัวคูณเงินก้อนเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะอายุที่หยุดทำงาน สิทธิรักษา ผู้พึ่งพิง หนี้ และความผันผวนของรายได้ต่างกัน
1. กำหนดวันที่และงบที่ต้องใช้
ระบุอายุหรือปีที่ตั้งใจหยุดทำงาน แล้วรวบรวมค่าใช้จ่ายจำเป็นจากงบจริง แยกบ้าน อาหาร เดินทาง หนี้ ภาษี การดูแลครอบครัว และสุขภาพออกจากรายจ่ายที่ปรับลดได้ ตรวจรายการที่อาจเกิดเป็นครั้งคราว เช่น ซ่อมบ้านหรือเปลี่ยนรถ แทนการคูณค่าใช้จ่ายเดือนเดียวด้วยจำนวนปีโดยไม่ดูการเปลี่ยนแปลงตามวัย
2. ทำบัญชีรายได้และสิทธิหลังหยุดทำงาน
แยกรายได้ที่มีเงื่อนไขแน่นอนออกจากรายได้ที่ขึ้นกับตลาด เช่น เงินบำนาญ เงินออมที่ถอนใช้ได้ ค่าเช่า หรือเงินจากการขายทรัพย์สิน จดวันที่เริ่มรับ เงื่อนไข ภาษี และความไม่แน่นอนของแต่ละรายการ อย่านับมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดเป็นเงินสดที่ใช้ได้ทันที
3. ทดสอบหลายฉากทัศน์
ทำกรณีพื้นฐานและกรณีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น รายได้ลงทุนต่ำกว่าคาด หรือมีเหตุสุขภาพและครอบครัว ใช้ข้อมูลสิทธิรักษาและกรมธรรม์จริง ไม่กำหนดผลตอบแทนหรือเงินเฟ้อเป็นตัวเลขตายตัวจากบทความนี้ หากแผนอยู่ได้เฉพาะกรณีดีที่สุด แสดงว่าควรปรับวันหยุดงาน งบ หรือแผนรายได้ก่อนตัดสินใจ
4. กันเงินฉุกเฉินและทบทวนแผน
ธนาคารแห่งประเทศไทยแนะนำให้พิจารณาเงินออมฉุกเฉินประมาณ 3–6 เท่าของรายจ่ายจำเป็นและภาระผ่อนหนี้ต่อเดือน แล้วปรับให้เข้ากับความเสี่ยงของครัวเรือน การวางแผนการเงินควรตรวจและปรับอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงเมื่อรายได้ ภาระดูแล หรือสุขภาพเปลี่ยน
ข้อความถอดเสียงของคลิปอ้างอิงพูดถึงอิสรภาพทางการเงินในภาพรวม แต่ไม่ได้ให้สูตรคำนวณการเกษียณก่อนกำหนด หน้านี้จึงใช้คลิปเป็นบริบทเท่านั้น
แหล่งข้อมูล: ธนาคารแห่งประเทศไทย: ขั้นตอนวางแผนการเงินและเงินสำรองฉุกเฉิน · ธนาคารแห่งประเทศไทย: การวางแผนเกษียณ