Buy Now Pay Later (BNPL) หรือ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” ทำให้รับสินค้าในวันนี้และจ่ายเงินภายหลังตามเงื่อนไขผู้ให้บริการ ธนาคารแห่งประเทศไทยอธิบายว่า BNPL บางรูปแบบมีลักษณะเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน จึงควรคิดยอดค้างทั้งหมดเป็นภาระผ่อน ไม่ใช่มองว่าเป็นการจ่ายเงินแบบไม่มีต้นทุน
คลิปอ้างอิงในบทความพูดถึงการจัดการหนี้และการเตรียมข้อมูลทางการเงินให้ครอบครัว แต่ไม่ได้อธิบายผลิตภัณฑ์ BNPL รายใดโดยเฉพาะ บทความนี้จึงใช้คลิปเป็นบริบท และอ้างเงื่อนไขจากแหล่งข้อมูลทางการแยกต่างหาก
ก่อนกดใช้ BNPL ให้เช็ก 5 อย่าง
- ยอดจ่ายรวม: รวมราคาสินค้า ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายเมื่อจ่ายล่าช้าตามสัญญา
- ตารางผ่อน: จดทุกยอดและวันครบกำหนด โดยรวมหลายคำสั่งซื้อไว้ในปฏิทินเดียว
- เงินที่เหลือจริง: หักค่าใช้จ่ายจำเป็นและค่างวดหนี้เดิมก่อน แล้วดูว่างวดใหม่ยังจ่ายได้แม้มีค่าใช้จ่ายฉุกเฉินหรือไม่
- เงื่อนไขผู้ให้บริการ: ตรวจว่าใครเป็นเจ้าหนี้ วิธีคิดดอกเบี้ย การทวงถาม และช่องทางติดต่อเมื่อมีข้อผิดพลาด
- ข้อมูลเครดิต: ผู้ให้บริการบางรายเป็นสมาชิกเครดิตบูโรและส่งข้อมูลตามเงื่อนไขของตน จึงควรตรวจเอกสารก่อนสมัคร
วิธีง่าย ๆ คือหยุดเพิ่มรายการซื้อจนกว่าจะทราบยอดหนี้ทั้งหมด หากจ่ายเริ่มไม่ไหว ให้ติดต่อผู้ให้บริการก่อนวันครบกำหนดและถามทางเลือกเป็นลายลักษณ์อักษร การกู้ใหม่มาโปะ BNPL อาจทำให้ดอกเบี้ยและจำนวนเจ้าหนี้เพิ่มขึ้น
ดูภาพรวมภาระผ่อนในบทความ วิธีคำนวณ DSR และหากมีหนี้หลายประเภท ลองอ่าน วิธีเลือก Snowball หรือ Avalanche
แหล่งข้อมูล
ตรวจแหล่งข้อมูลและปรับปรุงบทความ: 16 ตุลาคม 2569 เงื่อนไข BNPL ต่างกันตามผู้ให้บริการและอาจเปลี่ยนแปลง ควรอ่านสัญญาจริง คลิปที่ฝังไว้ไม่ได้ระบุเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ BNPL และยังไม่ได้ตรวจเสียง