หน้านี้รวบรวม 33 ระเบียนสถานที่ที่มีชื่อจังหวัดตรงกับสงขลา ในชุดข้อมูลที่เว็บไซต์บันทึกไว้
เป็นแหล่งท่องเที่ยวและศูนย์การเรียนรู้ดาราศาสตร์สำหรับประชาชนและสถานศึกษาท้องถิ่น สนับสนุนการบริการวิชาการด้านดาราศาสตร์แก่ชุมชนและเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านดาราศาสตร์มุสลิมแห่งแรกของไทย โดยแบ่งออกเป็นอาคารต่าง ๆ อาทิ อาคารนิทรรศการ อาคารฉายดาว ระเบียงดูดาว เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมดาราศาสตร์ สามารถสังเกตการณ์ท้องฟ้าได้อย่างใกล้ชิด ท้องฟ้าจำลอง จัดแสดงภาพยนตร์ดาราศาสตร์พร้อมเรียนรู้ระบบสุริยและกลุ่มดาว โดยจัดแสดงเป็นรอบ ๆ ละ 1 ชั่วโมง.
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 4 ตุลาคม 2567
สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 31 กรกฎาคม 2567
ย่านเมืองเก่าสงขลา มีถนนสายสำคัญสามสาย คือ ถนนนครนอก ถนนนครใน และถนนนางงาม เป็นถนนที่เต็มไปด้วยอาคารซึ่งมีสถาปัตยกรรมงดงามและยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมไว้ ทั้งแบบตึกเก่าสไตล์ชิโน-ยูโรเปียนและตึกแถวแบบจีนพาณิชย์
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ ตั้งอยู่ริมถนนกาญจนวนิช ตำบลหาดใหญ่ เป็นการดัดแปลงพื้นที่จากภูเขาทั้งลูกให้เป็นสวนสาธารณะที่ร่มรื่นด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ มีเนื้อที่กว่า 900 ไร่
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง เป็นน้ำตกที่สวยงามแห่งหนึ่งในภาคใต้ อยู่ห่างจากอำเภอหาดใหญ่ประมาณ 28 กิโลเมตร
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ป้อมหัวเขาแดง ตั้งอยู่ในตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร เป็นแหล่งอารยธรรมและประวัติศาสตร์ของจังหวัดสงขลา ตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี แต่เดิมมีชื่อเรียกว่า “ซิงกอรา” หรือ “เมืองสิงขร”
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
วัดพระราชประดิษฐาน หรือวัดพะโคะ ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลชุมพล เป็นวัดจำพรรษาของ “สมเด็จพะโคะ” หรือ “หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด” พระเกจิอาจารย์ที่ประชาชนเคารพนับถือกันอย่างมาก
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
บริเวณที่ลำคลองสามสาย คือ คลองระโนด คลองชะอวด และคลองปากพนัง ไหลมาบรรจบกัน กลายเป็นคลองเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า "คลองแดน"
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ตั้งอยู่บนเกาะยอ สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2330 ในสมัยรัชกาลที่ 3 ภายในวัดมีพระพุทธรูปปางปรินิพพานองค์ใหญ่สีทองอร่าม สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2537 ประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง เชิงสะพานติณสูลานนท์ (ช่วงแรก) เป็นที่สะดุดตาแก่ผู้ผ่านไปมา พระบาทขององค์พระมีลวดลายภาพศิลปะงดงามทั้งสองข้าง
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
เรียนรู้วัฒนธรรมของคนใต้ผ่านนิทรรศการในห้องต่างๆ ของพิพิธภัณฑ์ และชมวิวสวยๆ จากหอชมวิว
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ทะเลสาบสงขลา ทะเลสาบธรรมชาติแห่งเดียวในประเทศไทย ได้รับน้ำจากเทือกเขาบรรทัดและเทือกเขาสันกาลาคีรี และเป็นจุดที่ลำคลองหลายสายไหลมารวมกันก่อนไหลออกสู่ทะเลอ่าวไทย มีความยาวจากปากน้ำไปทางทิศเหนือประมาณ 80 กิโลเมตร มีส่วนกว้างที่สุดประมาณ 20-25 กิโลเมตร
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
บนยอดเขาตังกวนเป็นที่ประดิษฐานเจดีย์พระธาตุคู่เมืองสงขลา ซึ่งสร้างในสมัยอาณาจักรนครศรีธรรมราช เป็นศิลปะสมัยทวารวดี ในเดือนตุลาคมของทุกปีจะมีพิธีห่มผ้าองค์เจดีย์ ประเพณีลากพระและตักบาตรเทโว
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
สร้างขึ้นในสมัยที่พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี คนท้องถิ่นนิยมเรียกว่า “สะพานติณ” หรือ “สะพานป๋าเปรม” เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2527 และทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2529
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
อยู่ถัดจากแหลมสนอ่อนลงมาทางใต้ มีถนนเลียบชายหาดและทิวสนร่มรื่นตลอดแนว ริมหาดมีรูปปั้นนางเงือกนั่งอยู่บนโขดหิน เรียกกันว่า “เงือกทอง” ถือเป็นสัญลักษณ์ของหาดนี้ ห่างจากรูปปั้นนางเงือกไปไม่ไกล มีรูปปั้นแมวและหนู ซึ่งบอกเล่าตำนานของเกาะหนูเกาะแมว เป็นเกาะที่สามารถเห็นได้ชัดเจนจากหาดสมิหลา
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
อยู่ที่ตำบลเชิงแส ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 408 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง 4196 เข้าอำเภอกระแสสินธุ์ เดิมชื่อวัดเอก เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทำด้วยหินปะการัง แต่ได้หล่อปูนครอบพระพุทธรูปองค์เดิมไว้ นับถือกันว่าศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธรูปองค์นี้มีขนาดหน้าตักกว้าง 70 เซนติเมตร สูง 120 เซนติเมตร รายละเอียดเพิ่มเติมสอบถามได้ที่โทร. 0 7439 9075
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ตั้งอยู่ที่บ้านสะกอม ตำบลสะกอม หมู่ 2 บ้านนา ตำบลบ้านนา และหมู่บ้านหัวดิน ตำบลป่าชิง กลุ่มแม่บ้านกรงนก ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2539 เพื่อแก้ไขปัญหาการถูกเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
เป็นบ้านที่ชาวสงขลาพร้อมใจกันสร้างเพื่อมอบให้กับ ฯ พณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ องคมนตรีและรัฐบุรุษ ในสมัยที่ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต่อมาท่านได้มอบบ้านศรัทธานี้คืนให้กับชาวสงขลาเมื่อปี 2539
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ตั้งอยู่ตำบลปาดังเบซาร์ ห่างจากตลาดปาดังเบซาร์ประมาณ 13 กิโลเมตร
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
หรือสถานปฎิบัติธรรมโคกสัก ตั้งอยู่หมู่ 5 บ้านคลองหาน ตำบลบ้านแค ห่างจากอำเภอหาดใหญ่ 50 กิโลเมตร
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ห่างจากอำเภอเมือง 52 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 406 ระหว่างกิโลเมตรที่ 35-36
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
(วัดกลาง) อยู่ที่ถนนไทรบุรี เป็นวัดใหญ่และสำคัญที่สุดในจังหวัดสงขลา อายุ 400 ปี สร้างตอนปลายอยุธยา เดิมเรียกว่าวัดยายศรีจันทร์
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
อยู่ใกล้กับแหลมสมิหลา มีถนนลาดยางขึ้นสู่ยอดเขาเพื่อสักการะอนุสาวรีย์กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ และชมทิวทัศน์ของเมืองสงขลา เชิงเขาน้อยเป็นสวนสาธารณะมีไม้ประดับตกแต่งเป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ ไว้ให้ชมและเป็นที่พักผ่อน
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทำด้วยวัสดุสแตนเลส ตั้งอยู่เด่นเป็นสง่าบนยอดเขาคอหงส์ สร้างขึ้นเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 บ้านอ่าวทราย ตำบลเกาะยอ บริเวณใกล้เชิงสะพานติณสูลานนท์ช่วงที่ 2 สถาบันตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2521 เพื่อศึกษาเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมของภาคใต้
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
อยู่บริเวณแหลมสมิหลา ร่มรื่นไปด้วยทิวสนทะเล บริเวณปลายแหลมเป็นที่ประดิษฐานอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งก่อตั้งโดยกลุ่มไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล จังหวัดสงขลา
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ตลาดน้ำแห่งเดียวของภาคใต้ มีทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ตั้งแต่เวลาเย็นถึงกลางคืน
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ตั้งอยู่ที่ถนนวิเชียรชม เป็นสถาปัตยกรรมแบบจีน อายุกว่า 100 ปี เดิมเป็นบ้านพักส่วนตัวของพระยาสุนทรานุรักษ์ (เนตร ณ สงขลา)
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์และขยายพันธุ์สัตว์ป่าของไทยคืนสู่ธรรมชาติ พื้นที่เป็นภูเขาเล็ก ๆ หลายลูก มีถนนลาดยางโดยรอบและแยกชนิดสัตว์ไว้เป็นหมวดหมู่ มีสัตว์มากมายหลายชนิด ทั้งที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศและต่างประเทศ
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
สนุกกับสวนน้ำสวนสัตว์สงขลา ที่จัดสรรให้เพลินกับอ่างน้ำใหญ่พร้อมสไลเดอร์ให้เล่นน้ำกันได้ทั้งครอบครัว
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ก่อนจะเข้าไปสู่ย่านเมืองเก่าสงขลา โดยไปเริ่มต้นที่โรงสีแดงหับโห้หิ้น ชมและถ่ายภาพกับสตรีทอาร์ตที่โรงสีแดง ที่ถนนยะหริ่ง และที่ถนนรามัญ
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ห่างจากหาดสมิหลาประมาณ 3 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางไปสถาบันเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งแห่งชาติ
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 17 เมษายน 2563
Wat Chai Mongkhon, on Phetmongkhon-Chaimongkhon Road, has a chedi that was built to house the Buddhist relics brought back from Langka by a monk named Na Issaro who was teaching Pali there in 1892.
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 17 เมษายน 2563
ตั้งอยู่ที่ถนนจะนะใกล้กับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งบ้านพักเดิมของรองอำมาตย์โทขุนวินิจทัณฑกรรม (บึ้ง ติณสูลานนท์)
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 19 กุมภาพันธ์ 2563