หน้านี้รวบรวม 70 ระเบียนสถานที่ที่มีชื่อจังหวัดตรงกับพระนครศรีอยุธยา ในชุดข้อมูลที่เว็บไซต์บันทึกไว้
เปิดให้เข้าชมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 - 29 พฤศจิกายน 2569 เวลา 10.00 - 15.30 น. หยุดทุกวันจันทร์ วันอังคาร และเทศกาลสงกรานต์
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 11 พฤษภาคม 2569
อยู่ตรงข้ามกับคุ้มขุนแผน มีบริการขี่ช้างทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น.
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ตั้งอยู่ติดกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ทางด้านทิศเหนือ สันนิษฐานว่า สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ทรงสร้างพระราชวังตั้งแต่เมื่อครั้งประทับอยู่ที่เวียงเล็กเมื่อ พ.ศ. 1890
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 17 กรกฎาคม 2568
เป็นวัดที่อยู่นอกเขตพระราชวังไปทางทิศตะวันออก ตรงข้ามกับวิหารพระมงคลบพิตร มี้พื้นที่ใหญ่โตกว้างขวาง สมเด็จพระราเมศวรทรงสร้างขึ้นตรงบริเวณที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) พระราชบิดา
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 17 กรกฎาคม 2568
จัดตั้งขึ้นตามโครงการที่นักวิชาการไทยและนักวิชาการญี่ปุ่นปรับขยายมาจากข้อเสนอเดิมของสมาคมไทย-ญี่ปุ่นและจังหวัดพระนครศรีอยุธยาซึ่งเคยเสนอปรับปรุงบริเวณที่เคยเป็นหมู่บ้านญี่ปุ่นให้จัดสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์หมู่บ้านญี่ปุ่น
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
เป็นวัดที่มีฝูงค้างคาวแม่ไก่และนกน้ำนานาชนิดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเช่น นกกาน้ำ นกเป็ดน้ำ นกกระยาง เป็นต้น
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2413 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ภายในมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ขนาดใหญ่
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
อยู่นอกเกาะเมืองตรงข้ามกับเจดีย์พระศรีสุริโยทัย ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สามารถใช้เส้นทางเดียวกับสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ไปจนถึงสี่แยกแล้วเลี้ยวซ้ายข้ามสะพานวัดกษัตราธิราชฯ
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ตั้งอยู่ในตําบลบ้านใหม่ อําเภอมหาราช ในอดีตพื้นที่บริเวณนี้เป็นเส้นทางเดินทัพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จึงเป็นที่มาของชื่อพุทธอุทยานมหาราช
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 1920 บริเวณที่ตั้งวัดเคยเป็นที่ตั้งค่ายของพม่า ซึ่งยกมาล้อมกรุงศรีอยุธยาหลายครั้ง
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ตลาดย้อนยุคโบราณ ณ บ้านแสงโสม บริเวณบ้านเรือนไทย จำหน่ายพืช ผัก ผลไม้ปลอดสารพิษ อาหารคาว-หวาน ทุกวันเสาร์-อาทิตย์
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ตั้งอยู่ใกล้กับวัดพนมยงค์ ริมคลองเมืองพระนครศรีอยุธยา เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ตั้งอยู่ที่บ้านท่า ตําบลสําเภาล่ม เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาทางทิศตะวันตกของเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา ในประวัติศาสตร์กล่าวว่า สร้างในสมัยสมเด็จพระไชยราชาธิราช สมัยอยุธยาตอนต้น ก่อนเหตุการณ์เสียกรุง บริเวณนี้เคยเป็นที่ตั้งค่ายของแม่ทัพใหญ่ของเนเมียวสีหบดี
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
อยู่ในเขตพระนครด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะเมือง เหนือบริเวณป้อมเพชร สามารถใช้เส้นทางเดียวกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม แต่พอถึงสามแยกให้เลี้ยวขวาแล้วตรงไปประมาณ 1 กิโลเมตร
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ตั้งอยู่ในตําบลสําเภาล่ม บริเวณริมฝั่งแม่น้ําเจ้าพระยาทางทิศตะวันตก สร้างขึ้นเพื่อเผยแผ่ศาสนาและเป็นศูนย์กลางของชุมชน
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
อยู่ในตําบลท่าวาสุกรี อาคารสีฟ้าสดใสสว่าง ร่มรื่นด้วยพรรณไม้ เป็นสถานที่สะสมและรวบรวมของเล่นระดับโลกไว้มากมาย ทั้งของเล่นอายุนับร้อยปีและของเล่นในยุคปัจจุบัน
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
อยู่ที่ตําบลเกาะเรียน จัดแสดงเรื่องราวของชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาสู่ราช อาณาจักรสยาม
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ในสมัยอยุธยา บ้านฮอลันดาคือสถานที่ที่เรียกกันว่าหมู่บ้านฮอลันดา ซึ่งเคยเป็นชุมชนของชาวดัตช์ที่เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับสยามอย่างเป็น ทางการครั้งแรกในปี พ.ศ. 2147 (ค.ศ. 1604) ตรงกับปลายช่วงรัชสมัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตรงข้ามกับพระราชวังบางปะอิน หลังจากเที่ยวชมพระราชวังบางปะอิน นักท่องเที่ยวสามารถนั่งกระเช้าข้ามแม่น้ำไปเยี่ยมชมวัดนี้ได้
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก นอกเกาะเมือง เป็นวัดที่พระเจ้าปราสาททอง กษัตริย์กรุงศรีอยุธยาองค์ที่ 24 ( พ.ศ. 2173-2198) โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2173 ได้ชื่อว่าเป็นวัดที่มีความงดงามมากแห่งหนึ่งในกรุงศรีอยุธยา
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 17 กรกฎาคม 2568
อยู่ทางด้านหลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม เป็นวัดโบราณเดิมชื่อ วัดเสื่อ พระอุโบสถเป็นสถาปัตยกรรมสมัยกรุงศรีอยุธยา
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ตั้งอยู่ริมถนนปราสาททอง ตําบลบางเลน เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของอําเภอบางปะอินและจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สันนิษฐานว่าสร้างโดยพระเจ้าปราสาททอง เนื่องจากบริเวณเกาะบางปะอินเป็นที่ประสูติของพระองค์และเป็นเคหสถานเดิมของพระมารดา
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ตั้งอยู่ในตำบลสวนพริก ห่างจากตัวเมืองประมาณ 4 กิโลเมตร ไปตามเส้นทางหมายเลข 347 กิโลเมตรที่ 42-43 (เส้นทางเดียวกับทางไปวัดภูเขาทอง)
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
สิ่งที่น่าสนใจของวัดนี้ คือ ประตูแห่งกาลเวลา ซุ้มประตูวัดที่ปรากฏรากของต้นโพใหญ่ซึ่งเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาพุทธ อายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี เลื้อยพันปกคลุมอยู่โดยรอบซุ้มประตู
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
อยู่หน้าสถานีรถไฟ ฝั่งตะวันออก เป็นวัดเก่าแก่ ฝีมือการสร้างงดงามยิ่ง เห็นได้จากซากอาคาร เสาบัว และยอดพระเจดีย์ที่หักโค่นลงมา แม้จะปรักหักพังไปหมดแล้ว แต่ยังคงสะท้อนให้เห็นถึงความงดงามในอดีต ปัจจุบันเป็นวัดร้างไม่ปรากฏแน่ชัดว่าใครเป็นผู้สร้าง
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 17 กรกฎาคม 2568
ตั้งอยู่ริมฝั่งซ้ายของคลองเมืองหรือแม่น้ำลพบุรีเดิม สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา ในสมัยรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เจ้าพระยาโกษาปานได้ปฏิสังขรณ์วัด แล้วได้เปลี่ยนชื่อว่าวัดโกษาวาส
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ปูชนียวัตถุสำคัญมี พระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 9 องค์ ที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก ทรงประธานให้กับวัดเมื่อวันพุธที่ 19 พฤษภาคม 2547 และมีพระประธานในพระอุโบสถ
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
สร้างขึ้นตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. 2900 เป็นวัดโบราณมีมาแต่สมัยกรุงศรีรอยุธยามีนามปรากฏในราชพงศาวดาร ว่าวัดพิชัยบางแห่งเขียนว่าวัดพิไชย ได้เปลี่ยนนามใหม่ว่าวัดพิชัยสงครามในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ประมาณรัชกาลที่ 4 หรือ 5
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
เป็นวัดที่มีความสำคัญมากในทางประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นศูนย์กลางการค้าขายทางน้ำ เป็นที่จอดเรือสินค้าของชาวภาคเหนือเคยเป็นสนามรบ และที่ตั้งกองทหารของพระเจ้าตากสินมหาราช
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ตั้งอยู่ที่ตำบลหันสัง จากตัวเมืองพระนครศรีอยุธยาไปประมาณ 25 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 จะเห็นทางเข้าวัดอยู่ทางขวามือ
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
เป็นวัดที่มีความเกี่ยวข้องกับชาวมอญที่มีความสามารถพิเศษในการเลี้ยงช้างฝึกถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในสมัยกรุงศรีอยุธยา ช้างที่สำคัญคือ เจ้าพระยาไชยยานุภาพระวางสูงสุดที่เจ้าพระยาปราบหงสาวดี
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เดิมชื่อวัดนมโคเนื่องจากชาวบ้านบริเวณนั้นมีการเลี้ยงวัวควายกันมากกว่าที่อื่น เมื่อครั้งเกิดสงครามกับพม่า พม่าได้มาตั้งค่ายอยู่ที่ตำบลสีกุกใกล้บริเวณวัดและได้ถือโอกาสมากวาดต้อนวัวควายจากชาวบ้านบางนมโคเอาไปเป็นเสบียงเลี้ยงกองทัพ
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
สามารถใช้เส้นทางเดียวกับทางไปเจดีย์พระศรีสุริโยทัย ตั้งอยู่ในเขตทหาร กองสรรพาวุธซ่อมยาง สวนศรีสุริโยทัยจะอยู่ด้านหลัง
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านทิศใต้นอกเกาะเมือง เป็นศิลปแบบฝรั่งเศส โบสถ์แห่งนี้เป็นโบสถ์คริสต์แห่งแรกในประเทศไทย สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตัวโบสถ์มีความสวยสง่าประดับกระจกสี เหนือช่องหน้าต่าง พระแท่นหินอ่อนลวดลายงดงาม ซึ่งได้มีการบูรณะและใช้เป็นที่ประกอบศาสนกิจ ศูนย์รวมศรัทธาแห่งชาวคริสต์มาจนปัจจุบัน
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
รัฐบุรุษอาวุโส ซึ่งท่านเป็นผู้นำฝ่ายพลเรือนในการทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณญาสิทธิราชย์ มาเป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
มีศิลปะที่แสดงถึงวัฒนธรรมมอญหลายอย่าง เช่น พระพุทธรูปแบบพม่า คัมภีร์ใบลานหรือคัมภีร์ที่ทำด้วยงาช้างและเขียนตัวหนังสือมอญด้วยรักสีดำ ที่ยังคงความสมบูรณ์และหาดูที่ไหนไม่ได้แล้ว
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ที่ประกอบศาสนกิจและศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนชาวไทยมุสลิมที่อาศัยอยู่ที่นี่มาเนินนานนับศตวรรษ มีรูปทรงศิลปะสถาปัตยกรรมแบบประเทศอียิปต์ อาคารเป็นทรงปั้นหยา หลังคามุงกระเบื้องซีเมนต์ พื้นปูด้วยหินอ่อนจากอิตาลี
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
มีดอรัญญิก ได้รับการสืบทอดจากช่างตีเหล็กเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาเพื่อใช้ในการสู้รบกับข้าศึก แต่ปัจจุบันได้มีการออกแบบเป็นข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ โดยยังใช้กรรมวิธีแบบโบราณ
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
กำแพงเมืองที่พระเจ้าอู่ทองทรงสร้างครั้งแรกนั้นเป็นเพียงเชิงเทินดิน และมีเสาไม้ระเนียดปักข้างบน ต่อมาในรัชสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิจึงได้ก่ออิฐถือปูนขึ้น
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วังจันทรเกษมหรือวังหน้า ตั้งอยู่ถนนอู่ทอง ริมแม่น้ำป่าสักมุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะเมืองใกล้ตลาดหัวรอ วังจันทรเกษม
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 17 กรกฎาคม 2568
ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดพนัญเชิงวรวิหาร ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา ศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก เป็นศาลศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งมีมูลเหตุความเป็นมาเกี่ยวกับความรักเป็นสำคัญ ศาลเจ้าแม่นั้นตั้งอยู่ริมท่าน้ำแห่งวัดพนัญเชิงวรวิหาร ซึ่งชาวจีนเรียกกันว่า ศาลเจ้าแม่อาเนี้ย
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
วัดนี้สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น เป็นวัดที่สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นพระเฑียรราชทรงผนวชอยู่ และเมื่อก่อนเสียกรุงฯ ใน พ.ศ. 2310
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ตั้งอยู่ริมกำแพงพระนครศรีอยุธยาด้านทิศตะวันตก ตรงข้ามกับวัดกษัตราธิราช เดิมเป็นอุทยานสำหรับเสด็จประพาสเป็นครั้งคราวเรียกว่า สวนหลวง
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ตั้งอยู่บริเวณฝั่งตรงข้ามกับวัดมหาธาตุ ถนนบางเอียน ภายในบริเวณบ้านพักของอาจารย์ไพฑูรย์ ขาวมาลาผู้มีความรักและผูกพันกับเรือและน้ำมาตั้งแต่เด็ก
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
อยู่ทางทิศเหนือของวิหารพระมงคลบพิตร เป็นวัดสําคัญที่สร้างอยู่ในพระราชวังหลวง เทียบได้กับวัดมหาธาตุแห่งกรุงสุโขทัย
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 17 กรกฎาคม 2568
เป็นวัดสงฆ์มหานิกาย เดิมชื่อวัดมุขราช เมื่อพระเจ้าสายน้ำผึ้งสร้างวัดพนัญเชิงนั้น พระราชโอรส คือ พระเจ้าธรรมิกราชโปรดให้สร้างวัดนี้ขึ้นที่บริเวณเมืองเก่าชื่อเมืองสังขบุรี
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
อยู่ในเกาะเมืองด้านทิศตะวันตก ติดกับสำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 3 ถนนอู่ทอง พระเจดีย์แห่งนี้เป็นโบราณสถานที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่งในเขตอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
รวบรวมข้อมูลองค์ความรู้ในด้านอยุธยาศึกษา ที่เกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น มีกิจกรรม อยุธยายามค่ำ
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยากว่า 400 ปี เป็นวัดที่ตั้งอยู่นอกเกาะเมืองด้านใต้ ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก มีสิ่งสำคัญประจำวัดคือ พระพุทธรูปศิลา สมัยทวารวดี ผู้ที่สร้างวัดนางกุย คือ นางกุย เป็นผู้มีทรัพย์สินเงินทองมากมาย
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยาตอนต้น และปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ในสมัยอยุธยาตอนปลายโดยเจ้าพระยาโกษา (เหล็ก) และเจ้าพระยาโกษา (ปาน) อาจเป็นในช่วงสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช "ในจดหมายเหตุของแกมเฟอร์
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
อยู่บริเวณหัวเกาะตรงสะพานข้ามไปยังสถานีรถไฟบางปะอิน ตำบลบางเลน ด้านเหนือติดกับพระราชวังบางปะอิน ด้านตะวันตกติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ประดิษฐานอยู่ระหว่างบึงพระรามกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ พระบรมรูปของพระเจ้าอู่ทองมีขนาดเท่าครึ่งของคนธรรมดา
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสักฝั่งทิศตะวันออก ในเขตตำบลนครหลวง เดิมเป็นตำหนักที่ประทับของกษัตริย์ในระหว่างเสด็จไปนมัสการพระพุทธบาทสระบุรีและเป็นที่ประทับแรมในระหว่างเสด็จไปลพบุรี
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ตั้งอยู่บริเวณริมคลองวัดตูม ถนนอยุธยา-อ่างทอง ห่างจากตัวเมืองอยุธยา ประมาณ 6-7 กิโลเมตร ในท้องที่ตำบลวัดตูม มีเนื้อที่ประมาณ 15 ไร่เศษ
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านใหม่ ทุ่งมะขามหย่องตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ห่างจากเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาออกไปประมาณ 3-4 กิโลเมตร
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
เป็นวัดสำคัญที่สุดวัดหนึ่งในเขตอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่ทางทิตะวันตกของพระราชวังโบราณในเขตกำแพงเมืองพระนครศรีอยุธยาในสมัยอยุธยา
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
เป็นเขื่อนทดน้ำแห่งแรกของประเทศไทย สร้างกันแม่น้ำป่าสักเพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในการเกษตร
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
เปิดตลาดให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมระลึกบรรยากาศวันวาน พร้อมซื้อหาของกินของใช้ในทุกวันเสาร์และอาทิตย์
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
ตั้งอยู่เชิงสะพานป่าถ่าน ทางทิศตะวันออกของวัดพระศรีสรรเพชญ์ พงศาวดารบางฉบับกล่าวว่าวัดนี้สร้างในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ต่อมาสมเด็จพระราเมศวรโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ใต้ฐานพระปรางค์ประธานของวัดเมื่อ พ.ศ. 1927
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 17 กรกฎาคม 2568
อยู่ริมคลองสระบัว ด้านทิศเหนือของคูเมือง (เดิมเป็นแม่น้ำลพบุรี) ตรงข้ามพระราชวังหลวง สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น พ.ศ. 2046
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 30 มกราคม 2567
ประกอบด้วยอาคารใหญ่ 4 ชั้น ชื่อว่าศาลาพระมิ่งมงคล จัดแสดงสินค้าและนิทรรศการศิลปะหัตถอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก รวมทั้งชิ้นงานที่ผ่านการประกวดจากทั่วประเทศ
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 30 มกราคม 2567
อยู่ตรงเชิงสะพานป่าถ่าน ตรงข้ามวัดมหาธาตุ สมเด็จพระบรมราชาธิราช ที่ 2 (เจ้าสามพระยา) โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1967 ณ บริเวณที่ถวาย พระเพลิงเจ้าอ้ายพระยาและเจ้าพระยา ซึ่งชนช้างกันจนถึงแก่พิราลัย และโปรดให้ก่อเจดีย์ 2 องค์ในบริเวณนั้น
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 17 กรกฎาคม 2568
ตั้งอยู่ในตําบลหันตรา นอกเขตเมืองไปทางทิศตะวันออก เดิมเป็นพระอารามหลวง แต่กลายเป็นวัดร้างไปภายหลังกรุงศรีอยุธยาแตกเมื่อ พ.ศ. 2310
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 17 กรกฎาคม 2568
ตั้งอยู่ในตําบลประตูชัย ใกล้กับพระราชวังหลวงและวัดพระศรีสรรเพชญ์ อันเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรอยุธยา จึงอนุมานได้ว่าเป็นหนึ่งในวัดสําคัญภายในเกาะเมืองอยุธยา
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 10 ตุลาคม 2566
บริเวณนี้เรียกว่าทุ่งภูเขาทอง ในอดีตเคยเป็นสมรภูมิรบหลายครั้งหลายคราว วีรบุรุษของไทยนับไม่ถ้วนได้เสียสละชีวิตเลือดเนื้อเพื่อปกป้องอธิปไตยและดำรงไว้ซึ่งความเป็นไท เมื่อ พ.ศ. 2129 สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ทรงกระทำศึกอย่างเหี้ยมหาญ
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 22 มิถุนายน 2563
ตั้งอยู่ที่ถนนป่าโทน เป็นตัวอย่างของหมู่เรือนไทยภาคกลาง ในรูปแบบเรือนคหบดีไทยสมัยโบราณ เดิมเป็นจวนสมุหเทศาภิบาล มณฑลกรุงเก่า
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 18 มิถุนายน 2563
ตั้งอยู่ถนนอู่ทอง ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์ ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะเมือง เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่กว้างขวาง
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2563
เป็นวัดที่มีพระอาจารย์ผู้มีประสบการณ์การสอนฝึกสมาธิวิปัสสนาแก่ชาวต่างชาติทั้งในเอเชีย ยุโรป อเมริกา เป็นเวลานานหลายปี โดยมีการฝึกสมาธิทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
ข้อมูลต้นทางบันทึกเมื่อ 19 กุมภาพันธ์ 2563